http://www.noom-hifi.com

 
 
 
อินทิเกรทแอมป์ NAD M3
Audio Review: อินทิเกรทแอมป์ NAD M3
โดย "เด็กวัด" ธนกฤต กตัญญู (จงจินต์ เสรีรักษ์)
ธันวาคม 2549 | ออดิโอทีม
ระยะเวลาที่ยาวนานของใครสักคน ย่อมเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่ผ่านไปอย่างหลากหลาย ทำให้เกิดแง่คิดและมุมมองที่แตกต่างกันออกไป
ครั้งแล้วครั้งเล่ากับการออกแบบและผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงอย่าง NAD นับช่วงเวลาร่วมสามทศวรรษ ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนาน, ยาวนานพอที่จะทำให้สินค้าในชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก กาลเวลาได้พิสูจน์ซึ่งความจริงนั่นแล้ว และยังถือเป็นสินค้าที่เน้นความประหยัดโดยคงคุณภาพเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม
จากรากหญ้าสู่หอคอยงาช้าง นั่น นับเป็นก้าวย่างที่น่าสนใจและชวนติดตาม ด้วยเหตุที่อ้างไว้ข้างต้นว่าเวลาที่ยาวนานนั้นๆ เป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าในการปรับแต่งออกแบบและผลิตอุปกรณ์ต่างๆในลำดับต่อมา ซึ่ง NAD ก็ได้เดินบนเส้นทางที่ว่านี้จริงๆ ไม่ได้ปล่อยประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าให้สูญไปเปล่าๆ
หลังจากหลายปีที่ผ่านมา NAD ได้ปรับสินค้าระดับหนึ่งขึ้นไปอยู่ในคลาสของความเป็นไฮเอ็นด์ด้วยรูปลักษณ์และคุณภาพในตระกูล Silverline Series แล้ว วันนี้เป็นอีกบริบทหนึ่งของเครื่องเสียงชื่อนี้ ด้วยการนำเสนอตระกูล Master Series ใหม่ล่าสุดไว้ประดับวงการฯ
รูปลักษณ์และการใช้งาน
ขออนุญาตสำเนาข้อความที่ปรากฏในเว็บไซต์บ้านทวาทศิน เกี่ยวกับ NAD Master Series ซึ่งได้เรียบเรียงไว้ดีแล้ว นำมาให้ได้อ่านกันอีกครั้ง ดังนี้ครับ
NAD Master Series เป็นเครื่องเสียงในซีรีย์ซึ่ง NAD ตั้งใจที่จะทำออกมาให้เป็นเครื่องที่ดีที่สุด ให้คุณภาพเสียงเยี่ยม คุณภาพการปรับแต่งใช้งานที่เป็นระดับสุดยอด เทียบเท่ากับเครื่องระดับไฮเอ็นด์สุดๆ
ในขณะที่ราคาก็ยังคงต้องสมเหตุสมผลตามแบบของ NAD ทุกประการ
การเลือกใช้ชื่อ Master นั้น ก็เปรียบเหมือนกับการทำงานในระดับ "สุดยอด" ของนักดนตรี นักแต่งเพลงซึ่งหากมีคำว่า Master มานำหน้าแล้ว ก็ย่อมหมายความถึงความเป็นที่สุดในเชิงนั้นๆ ซึ่งกับ Master Series นี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะผู้ที่ทำงานควบคุมตั้งแต่การออกแบบจนถึงทุกขั้นตอนการผลิตก็คือ Master Designer ชื่อดังของ NAD อย่าง Bjorn Eric Edvardsen ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ NAD มาตลอด 3 ทศวรรษนั่นเอง
Eric ตั้งใจออกแบบเครื่องในซีรีย์นี้ขึ้นมาเพื่อให้ได้ความสามารถตอบสนองถึงความเป็นที่สุดในทุกด้าน ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องรวมคำว่า "คุ้มค่าที่สุด" เอาไว้ด้วย
อินทิเกรตแอมป์ NAD M-3 เป็นผู้สืบทอดตำนานของ S-300 อันเป็นอินทิเกรตแอมป์ระดับไฮเอ็นด์ยอดเยี่ยม ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในหมู่นักเล่น ที่ต้องการความคุ้มคาสูงสุด ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อมาแทนกัน ของใหม่ย่อมได้รับการพัฒนาออกมา ให้มีความสมบูรณ์เพียบพร้อมต่อการใช้งาน ให้มากขึ้นไปอีกระดับชั้น โดยปรัชญาที่เรียกว่า "Analog Sound, digital Control" ซึ่งเป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อให้เสียงเป็นอะนาลอก เป็นธรรมชาติมากที่สุด ในขณะที่การควบคุมปรับแต่งต่างๆ ที่มีนั้นต้องทันสมัย ในแบบของ Digital มากที่สุดนั้นเอง
รูปลักษณ์ภายนอกนั้นออกแบบมาให้เต็มไปด้วยความประณีตงดงาม สวยแบบไฮเอ็นด์แท้ๆ ที่หลายคนเห็นแล้วทึ่ง ไม่คิดมาก่อนว่า NAD นั้นจะ " งาม " ได้เพียงนี้ทั้งยังประกอบไปด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่ประณีต งดงาม กลมกลืนและแข็งแกร่งไปทั้งเครื่อง
ไม่ว่าจะเป็นแผงหน้าอะลูมิเนียมย่างหนาซ้อนสองชั้น, ฮีทซิงค์ขัดเกลามาอย่างสวยงาม ปุ่มโวลุ่มที่กลึงขึ้นมาด้วยเครื่อง CNC ที่ประณีตเที่ยงตรง ปุ่มกดทรงเล็กแต่กดสะดวก แผงหน้าจอแสดงผลแบบ LED สีฟ้า สวยคลาสสิค รวมไปถึงด้านหน้าหลังที่เพียบพร้อมไปด้วยช่องต่อเชื่อมเกรดสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นขั้ว RCA หรือขั้วลำโพง
ภายในวงจรออกแบบเพื่อความเป็นที่สุดด้วยระบบ Dual Mono แยกอิสระสองแชนแนล เหมือนมีแอมป์โมโน 2 เครื่องในตัวถังเดียว ใช้หม้อแปลงทอรอยดัลเกรดสูง การรบกวนต่ำแบบ Holmgren
ภาคปรีแอมป์ออกแบบวงจรแบบ Discrete Low Noise High Impedance J-FET Class A ที่ให้ Dynamic Headroom สูงมาก มีค่า Signal to Noise Ratio สูงกว่า 100 ดีบีเลยทีเดียว
โวลุ่มที่เลือกใช้เป็นแบบ Resister ที่มีค่าความผิดพลาดต่ำแค่ 1.0 % ซึ่งทำให้ค่าความต้านทานและเสียงรบกวนต่ำมากๆ ภาคเพาเวอร์แอมป์ทำงานแบบ Dual Mono แยกภาคจ่ายไฟอิสระออกจากกัน หม้อแปลงสั่งทำพิเศษ ห่อหุ้มป้องกันการแผ่กระจายของภาคจ่ายไฟแบบ Power Drive ให้กำลังสำรองสูงลิ่ว
การใช้งานนั้นเพียบพร้อมสามารถต่อใช้งานแบบ Bi-Amp ได้พร้อมมีครอสส์โอเวอร์ในตัว เลือกจุดตัดปล่อยลงซับวูฟเฟอร์ได้ 5 รูปแบบ คือ Full-Range, 40, 60, 80 และ 100 เฮิทซ์ ซึ่งทำให้ NAD M-3 เป็นอินทิเกรตแอมป์ที่ถึงพร้อมต่อการเล่นระบบเสียงไบแอมป์ 2.1 เต็มรูปแบบเครื่องแรก
มีอินพุทแบบ Balance(XLR), มีปรีเอาท์ 2 ชุด, ต่อลำโพงได้ 2 ชุด, มีช่อง LAN สำหรับต่อเชื่อมการใช้งานกับระบบ Custom Installation รวมถึงมีช่อง RS232 สำหรับอัพเกรดระบบได้ในอนาคต
กำลังขับมาตรฐานเริ่มต้นที่ 180 วัตต์ x 2 แชนแนล ในแบบสเตอริโอที่ความเพี้ยนรวมต่ำสุดที่ 0.004 % อัดแน่นด้วยกำลังสำรองที่ทำได้สูงถึง 300 วัตต์ที่ 8 โอห์ม, 520 วัตต์ ที่ 4 โอห์ม และ 700 วัตต์ ที่ 2 โอห์ม
ค่าแดมปิงแฟ็คเตอร์สูงกว่า 150 ค่าความไวอินพุท 1.38 v ค่าความต้านทานอินพุท 20 K โอห์ม/680 pF ตอบสนองความถี่ 20-20,000 เฮิทซ์ +/-0.3 ดีบี S/N Ratio หรือค่าสัญญาณต่อเสียงรบกวนมากกว่า 107 ดีบี ที่ 1 วัตต์ และเมื่อวัดที่ 180 วัตต์สูงถึง 130 ดีบีเลยทีเดียว
ปรับทุ้มแหลมได้ +/-5 ดีบี ต่ออินพุทได้ 7 ชุด เล่นได้ 2 โซนลำโพง 2 คู่ ใช้เป็นเพาเวอร์-แอมป์ได้ มี Trigger Out, IR Link Out สาย AC แบบถอดได้ พร้อมรีโมทคอนโทรล 2 ตัว สำหรับคุมระบบหลักและคุมโซน 2
ผมต้องยืนยันไว้ตรงนี้ว่า รูปลักษณ์อินทิเกรตแอมป์ NAD M3 บึกบึนหนักแน่นจริงๆ(น้ำหนักรวมมากกว่า 20 กิโลกรัม!) และขั้วต่อสายฯต่างๆด้านหลังเครื่อง ที่สุดแล้วครับ ไม่ทราบจะโมฯส่วนไหนได้อีก เพราะเล่นใส่ของชั้นเลิศมาทั้งหมด
ทั้งการใช้งานจริงในแต่ละฟังก์ชั่น ก็ล้วนมีประสิทธิภาพสูง เงียบสนิท(เมื่อซีเลคเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ) ไม่ต้องคอยลุ้นแบบใจจดใจจ่อเหมือนบางยี่ห้อ
ปุ่มควบคุมหลักๆทั้งบนหน้าปัดเครื่องและที่รีโมท มีด้วยกันหลายรูปแบบ เริ่มจากทางด้านซ้ายมือ, ปุ่ม Listen เป็นปุ่มกดเลือกแหล่งรายการต่างๆ ซึ่งมีทั้ง Disc, CD, Tuner, input 4-5-6, Balance ปุ่มที่สองถัดมาเป็นปุ่มแยกการบันทึกสัญญาณในขณะที่ผู้ฟังสามารถเลือกฟังจากแหล่งโปรแกรมใดก็ได้ โดยการบันทึกจะแยกออกไปเป็นอิสระ
ปุ่มที่สาม, Mode ให้เลือกสัญญาณเฉพาะแชนแนลซ้ายหรือชวา หรือสัญญาณสเตอริโอและโมโน ปุ่มที่สี่เป็นปุ่มปรับโทรคอนโทรลเพื่อเพิ่มหรือลดย่านเสียงสูงและต่ำ, ปุ่มที่ห้าสำหรับตั้งการทำงานของโทนคอนโทลรหรือยกเลิก และปุ่มที่หกสำหรับการเลือกเล่นไบแอมป์หรือระบบ 2.1 ซึ่งสามารถตั้งจุดตัดจากภาคเอาท์พุทได้หลายระดับ เช่น 40-60-80 และ 100 เฮิร์ตซ(ได้พูดถึงไว้ในตอนต้นแล้ว)
ปุ่มท้ายสุด, เป็นปุ่มสำหรับเลือกการใช้งานลำโพงชุด A และ ชุด B หรือการใช้งานขั้วต่อลำโพงทั้งสองชุดพร้อมกันเป็น A+B ก็ได้ (สะดวกสำหรับการต่อสายลำโพงแบบไบไวร์)
อุปกรณ์และชุดอ้างอิง
โชคดีที่ได้รับอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้มาในสภาพที่พ้นเบิร์นอินมานานแล้ว จึงเป็นการประหยัด(ไฟฟ้า)และเวลาในการเบิร์นอินเครื่อง มาถึงก็จัดแจงแต่งห้องลงมือฟังกันอย่างจริงจังได้เลย
ชุดแรก, เริ่มต้นด้วยลำโพงกินวัตต์อย่าง Stirlint BBC LS3/5a วางบนขาตั้ง Partlington 24 นิ้ว
เครื่องเล่นซีดี CEC TL51xr วางบนชั้นวาง Target Audio B-1, และรองรับเครื่องเล่นซีดีด้วย Dynafoot ลูกเล็ก 3 ลูก
ส่วนอินทิเกรตแอมป์เป้าหมายจัดวางบนชั้นวาง Target Audio PSF-1 (ไม่ได้ตบแต่งด้วยอุปกรณ์เสริมใดๆ)
สายไฟเอซี VandenHul Mainstreem ต่อเชื่อมจากปลั๊ก Wattgate 381 ที่ผนังห้องฟังมาเข้าปลั๊กลอย Wattgate 381, ต่อด้วยสายไฟเอซี Audioquest AC 3.3 แยกไปเข้าอินทิเกรตแอมป์และเครื่องเล่นซีดีตามลำดับ
สายสัญญาณสำหรับต่อช่องอันบาลานซ์ Supra EFF-I (RCA)
สายสัญญาณ Monster M-1000i (ใช้สลับกันทั้งแบบบาลานซ์ XLR และอันบาลานซ์ RCA)
สายลำโพง Vampire ST-II
ร้อยท่อสายไฟเอซีและสายลำโพงบางช่วงด้วยท่อ Floators, บางช่วงก็รองรับด้วยแท่นรองสาย Solid-Tech
ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเครื่องเล่นซีดีมาเป็น Ayre CX7e, วางบนชั้นวาง Target Audio B-1 (รองรับใต้เครื่องเล่นด้วย Dynafoot ลูกเล็ก 3 ลูก หน้าสองหลังหนึ่ง) ส่วนลำโพงก็สลับกันฟังระหว่าง Stirling BBC LS3/5a, Spendor S3/5se, Alon Petite ทั้งหมดยังคงวางบนขาตั้ง Partlington 24 นิ้ว
คาบท้ายสุดก่อนสรุปได้ยืนลำโพง Spendor S3/5se ไว้เป็นหลัก
สายไฟเอซีจากปลั๊กผนัง Wattgate 381, ต่อมาเข้าปลั๊กลอยด้วยสายไฟเอซี Cardas Golden Reference สายสัญญาณ, ปลั๊กไฟฟ้า, อุปกรณ์เกี่ยวข้อง ยังคงยืนสภาพเดิมๆเหมือนชุดแรก
เครื่องเล่นแผ่นเสียง VPI Scout, โทนอาร์ SME M2.9, หัวเข็ม Benz Micro MC Silver สายสัญญาณ Monster M-1000i ปรีโฟโนฯ Black Cupe
ผลการทดลองฟัง
เมนสวิทซ์สำหรับเปิดไฟเข้าเครื่องจะอยู่ด้านหลัง แนะนำให้เปิดสวิทซ์เมนเอาไว้ตลอดเวลาของการใช้งานเครื่อง แล้วควบคุมการปิดเปิดเครื่องด้วยปุ่มสแตนด์บายที่หน้าปัดเครื่องแทน(ด้วยรีโมทก็ได้) เว้นแต่ต้องไปไหนคราวละนานๆ เพื่อความปลอดภัยก็ควรจะถอดปลั๊กออกจากตัวเครื่อง
ฟังก์ชั่นเช่นระดับโวลุ่ม (ปรับได้ทีละ .5 ดีบี) มีความละเอียดแม่นยำสูงมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นระดับโวลุ่มหรือการเลือกแหล่งโปรแกรมล่าสุดก่อนที่จะปิดเครื่อง เมื่อเปิดใช้งานเครื่องอีกครั้ง ฟังก์ชั่นนั้นๆ(รวมถึงระดับโวลุ่ม)ก็จะยังคงระดับอยู่ตามนั้น ไม่ได้ถูกยกเลิกแต่อย่างใด
ใครที่ชอบฟังด้วยระดับโวลุ่มสูงๆ ควรรอบคอบก่อนปิดหรือเปิดเครื่องนะครับ
อย่างไรก็ตาม อินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้แม้พ้นภาวะเบิร์นอินมาแล้วก็ตาม แต่หากไม่สแตนด์บายเอาไว้ ช่วงแรกๆที่เริ่มต้นฟัง น้ำเสียงอาจไม่ราบเรียบนัก(ติดฟุ้งไปสักนิด) เมื่อเวลาฟังผ่านไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมงโดยประมาณ นั่นละครับ ทุกอย่างก็จะเริ่มเป็นระเบียบขึ้นมา
ขั้วต่ออินพุทก็สำคัญ ส่วนมากอินทิเกรตแอมป์จะแสดงผลต่างในข้อนี้ชัดเจน หมายถึงคุณภาพของช่องอินพุทสัญญาณของอินทิเกรตแอมป์ จะให้คุณภาพด้านเสียงและรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละช่องอินพุท
ทั้งที่โดยส่วนมากความต้านทานและความไวขาเข้าของช่องอินพุทในภาคไลน์ มักจะมีค่าทางตัวเลขทัดเทียมกันทั้งหมดในทุกช่อง เช่น ช่องอินพุท CD, ช่องอินพุท Tuner, ช่องอินพุทเอนกประสงค์(AUX), ช่องอินพุทเทปอิน, ช่องอินพุท Disc ฯลฯ
แต่ในการใช้งานจริงมักพบอยู่บ่อยๆว่า บางทีการเลือกต่อสายสัญญาณจากเครื่องเล่นซีดีไปเข้าอินพุทในช่อง CD ของอินทิเกรตแอมป์ คุณภาพเสียงและรายละเอียดต่างๆ สู้ต่อเข้าช่อง AUX หรือช่องอินพุทภาคไลน์อื่นๆไม่ได้ หรือกลับกันก็เป็นได้
กรณีที่ชัดเจนที่สุดเมื่อได้ลองฟังอินทิเกรตแอมป์ McIntosh MA-6500 เมื่อหลายปีก่อน อินทิเกรตแอมป์รุ่นนี้ให้ช่องอินพุทซีดีมาสองหรือสามช่อง มีช่องอินพุทซีดี 1, อินพุทซีดี 2 ปรากฏว่าเมื่อฟังเอาแบบจริงจัง ต่อสายสัญญาณจากเครื่องเล่นซีดีไปเข้าช่องซีดีอินพุท 2 ได้คุณภาพเสียงและรายละเอียดดีกว่ามากๆ ชนิดที่ไม่ต้องทำเอบีเทสต์อะไรเลย
วันนี้มาเจออินทิเกรตแอมป์ NAD M3 กลายๆ จะไปทำนองนั้น โดยเฉพาะการเลือกต่อช่องอินพุท CD กับอินพุท Disc ถ้าเป็นช่องแรกโดยรวมๆจะน่าฟังกว่า ส่วนช่องอินพุท Disc เนื้อเสียงจะออกหนากว่าอยู่บ้าง ตื้นลึกจะเป็นรองช่องแรก (แต่กลับเหมาะกับสัญญาณจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง?) ไปโทนหวานละเมียด ชอบสไตล์ไหนก็เล่นไปตามนั้น
ของพรรค์นี้ไม่ได้เสียสตางค์เพิ่มแต่อย่างใด การลองเล่นจึงเป็นสิ่งที่ควรทำหรือพิจารณาได้ ไม่มีอะไรเสียหาย
อีกประเด็นหนึ่งก็คือขั้วต่อสายลำโพงด้านหลังซึ่งเลือกใช้ของดีเกรดไฮเอ็นด์ มีให้เลือกสองชุด สำหรับลำโพงชุด A และสำหรับลำโพงชุด B หรือจะเลือกเป็น A+B ก็ได้ในกรณีที่เล่นสายลำโพงเป็นไบไวร์
หากเล่นลำโพงคู่เดียวปกติ แนะนำให้เลือกใช้ขั้วต่อชุด A ครับ
อย่างไรก็ตาม, อินทิเกรตแอมป์ NAD M3 ถือเป็นอินทิเกรตแอมป์ที่มีลูกเล่นแพรวพราวล้ำสมัย ฉะนั้นควรศึกษาคู่มือของเครื่องให้ละเอียด (หรือสอบถามรายละเอียดจากพนักงานขาย) จะเป็นการใช้งานเครื่องได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด
ถ้าการลองฟังถือเป็นการตรวจสอบความสามารถของอินทิเกรตแอมป์ที่มีราคาค่าตัวแสนต้นๆ อย่างนี้ ประเด็นแรกๆ ที่จำเป็นจะต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาคือ กำลังขับ ภายใต้สเปคฯที่ระบุบอกตัวเลขด้านพละกำลังไว้อย่างเกินพอนั้น
แน่นอนครับ, ลำโพงที่มีความไวประมาณ 83 ดีบีเป็นตัวทดสอบที่ดี(Stirling BBC LS3/5a) แล้วอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ก็สอบผ่านได้อย่างน่าชมเชย ที่จริงแล้วไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวังว่าแอมป์เครื่องนี้จะทำได้ถึงขนาดนั้น เพราะเท่าที่ลองเล่นอินทิเกรตแอมป์ที่ระบุตัวเลขกำลังขับหนักหนากว่านี้กับลำโพงคู่นี้ ก็ยังไม่ประทับใจในผลงานมากนัก
เมื่ออินทิเกรตแอมป์ NAD M3 สามารถขับลำโพงที่มีความไวต่ำๆ อย่างนี้ได้อย่างมีเนื้อมีหนัง ก็ต้องยกย่องชมเชยกัน และน่าจะคลายความวิตกกังวลในเรื่องพละกำลังลงไปได้ เอาเป็นว่าไม่มีปัญหาในส่วนนี้อย่างแน่นอน
พูดถึงพละกำลังแล้ว อินทิเกรตแอมป์รุ่นนี้มีข้อน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ซึ่งไม่ค่อยได้พบพานบ่อยนักกับการลองฟังแอมป์ทั่วไป พละกำลังที่เป็นพลวัตซึ่งถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำหนักของเสียงตลอดย่านความถี่ออดิโอ เต็มเปี่ยมไปด้วยไดนามิคที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมย่านเสียงด้านทุ้มที่มีโฟกัสและน้ำหนัก ทั้งการสวิงที่หักโหมรุนแรง แรงปะทะแรกกระทบที่ฉะฉาน
แอมป์ที่ทรงพลังมักจะถ่ายทอดเนื้องานที่ว่านี้ออกได้อย่างน่าประทับใจเสมอ ซึ่ง NAD M3 ได้เดินผ่านจุดนี้มาแล้ว
อีกส่วนหนึ่งที่มักจะสอดแทรกมาพร้อมๆกับคุณลักษณ์แรก นั่นคือพลังแฝง หมายถึงการถ่ายทอดพลังงานทางเสียงออกมานั้น ไม่ได้จำกัดอยู่ที่กำลังพลวัตที่หักโหมรุนแรงด้วยไดนามิกข้างต้นเท่านั้น แต่พละกำลังส่วนหนึ่งจะถูกถ่ายทอดออกมาในรูปของรายละเอียดต่างๆ เป็นการแจกแจงถึงส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่สอดแทรกอยู่ในเสียงโดยรวมทั้งหมด ซึ่งบ่อยครั้งที่สัดส่วนเหล่านี้ถูกละเลยโดยแอมป์ที่ไม่มีกำลังแฝงมากพอ
อินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ถึงพร้อมด้วยพละกำลังทั้งสองความหมายนั้น
นอกจากการให้น้ำหนักทุ้มได้หนักหน่วงและมีมวลที่เข้มข้นแล้ว การถ่ายทอดรายละเอียดอย่างเช่นเสียงถอนหายใจของนักร้อง, เสียงฮัมของนักดนตรีที่คลอไปกับเพลง, เสียงก้องสะท้อนอ่อนๆ ของห้องฟัง ทั้งหลายเหล่านี้ก็ปรากฏอยู่ในเนื้องานของอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้เช่นกัน
ทั้งๆ ที่แรกฟังนั้น ดูเหมือนจะไม่พบรายละเอียดที่ว่านี้ในทันทีที่ฟัง(ไม่สะดุดหู) แต่พอได้ฟังอย่างต่อเนื่องและพิจารณาแล้ว จึงได้พบว่าคุณลักษณ์นี้ช่างเป็นเสน่ห์อย่างยิ่งสำหรับแอมป์ราคานี้ ซึ่งนั่นก็มาจากพลังแฝงที่มีอยู่ล้นเหลือในอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้นี่เอง
ดุลน้ำเสียงโดยรวมทำให้นึกถึงครั้งแรกที่ได้ลองฟังเพาเวอร์แอมป์ NAD 208 เมื่อกว่าสิบปีก่อน แม้ว่าอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้จะให้น้ำเสียงและรายละเอียดที่ต่างออกไป แต่โดยภาพรวมแล้วความโอ่อ่าของเวทีเสียงในช่วงวินาทีแรกๆ ที่ได้ยินนั้น มีเค้าโครงที่เชื่อมถึงกันโดยอัตโนมัติ มากพอที่จะฟื้นความหลังกันได้
NAD M3 นับเป็นอินทิเกรตแอมป์อีกเครื่องหนึ่งที่ถ่ายทอดดุลน้ำเสียงได้อย่างราบรื่น ควบคุมทุกย่านเสียงได้อย่างสมดุล มีความพอดีในตัวเอง ไม่เน้นหนักไปโทนเสียงใดมากกว่ากัน และพร้อมที่จะผันไปแปรไปตามแหล่งโปรแกรมหรือบุคลิกของเครื่องอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมทีม
คุณลักษณ์อย่างนี้น่าจะเป็นการง่ายที่จะแมทชิ่งซิสเต็มทั่วไปได้อย่างกลมกลืนโดยไม่ต้องพะวงอะไรมากนัก เนื่องจากการทำตัวเป็นกลางๆ หรือกึ่งมอนิเตอร์ของอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้นั่นเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีและด้วยเหตุนี้นี่เอง
อักษร M ที่มาจาก Master นั้น ผมคิดว่าน่าจะมีอีกความหมายหนึ่งที่ตรงต่อพฤติกรรมของอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้เช่นกัน นั่นก็คือ Monitor Amp.
สังเกตุได้จากการเปลี่ยนลำโพงต่างๆ ในซิสเต็มที่มี NAD M3 เป็นตัวยืน ทำให้พบความหลากหลายที่เป็นบุคลิกของลำโพงแต่ละคู่ได้อย่างชัดเจน และตรงไปตรงมา แต่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางด้านน้ำเสียงและรายละเอียดที่ว่านี้ หลายส่วนก็ยังคงความเป็น NAD M3 ซึ่งมีเค้าโครงให้สดับรับฟังได้เช่นกัน
โดยเฉพาะความต่อเนื่องลื่นไหลของน้ำเสียง ซึ่งเสมือนการถ่ายทอดให้พรั่งพรูออกมาอย่างสบายๆ มีท่วงทำนองเป็นครรลองสอดคล้องไปกับแนวเพลงที่เล่น ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่ไม่เครียด คล้ายว่ายังสามารถเร่งระดับโวลุ่มให้สูงกว่านั้นได้อีกโดยไม่มีอาการซวนเซหรือแผดกร้าวออกมา
เสียงสูงทั้งหมดออกไปทางสะอาด มีน้ำหนักเฉพาะตัว ให้โฟกัสที่พอเหมาะพอดี เกรนเสียงเนียน ไม่เน้นลากหางเสียงทอดยาวมากนักแต่ก็ไม่ใช่เสียงที่ห้วนสั้นแน่นอน เนื้อเสียงสูงๆ โดยเฉพาะช่วงปลายเสียงนั้น มีความละเมียดและสดใสทีเดียว [ Ex-Spiral / GML CD604 ] ในแทร็คที่สี่ของอัลบั้มนี้ อินทิเกรตแอมป์ NAD M3 ถ่ายทอดเสียงเครื่องเคาะโทนเสียงสูงเหล่านั้น อย่างได้อารมณ์ และมีย้ำเน้นหนักเบาคละเคล้ากันตลอดช่วง
หรือเสียงพวกฉาบแฉไฮแอทที่สะอาดนวลเนียน [ Dave Brubeck Quartet : Time Out / Columbia CS8192 ] ติดไปทางหวานประปราย น่าฟังมากๆ ในซิสเต็มใดที่มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงร่วมด้วย แนะนำอย่างยิ่งสำหรับอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ เมื่อได้เล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียงผ่าน NAD M3 สุดยอดครับ เป็นเสียงอะนาลอกแท้ๆ และเจือหวานด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลเนียนละเมียดน่าฟังยิ่งนัก (แนะนำอย่างยิ่งสำหรับนักฟังแผ่นไวนีลทั้งหลาย ไม่ผิดหวังครับ)
ดูเหมือนไม่มีเหตุผลในทางทฤษฏีที่จะอธิบายปรากฏการณ์ที่ว่านี้ได้เลย หรืออาจจะมี ทั้งที่สัญญาณจากเครื่องเล่นซีดี และสัญญาณจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ผ่านปรีโฟโนขยายสัญญาณให้แล้ว มีความแรงพอๆกับสัญญาณจากเครื่องเล่นซีดี ทำไมน้ำเสียงจากทั้งสองแหล่งนี้ถึงได้แตกต่างกันประมาณนั้น
หรืออินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้กำลังบอกนัยอะไรบางประการระหว่างแหล่งโปรแกรมสองประเภทข้างต้น? ฝากให้ไปลองทบทวนหาคำตอบกันตามอัธยาศัย
พอไล่มาที่เสียงกลาง [ 15th Anniversary Sampler / OPUS 3 CD9277 ] ลองฟังเสียงระนาดเหล็กในแทร็คที่สี่ ช่วงที่โซโลวางตำแหน่งอยู่ทางเวทีด้านขวา(เฉียงมุมเข้ากึ่งกลางเวทีคล้ายตัววี) ให้ทั้งความชัดคมและน้ำหนักที่พลิ้วไหวไปกับท่วงทำนอง เพลินทีเดียว
น่าสังเกตว่า การวางตำแหน่งไม่ว่าจะเป็นนักร้องหรือชิ้นดนตรีที่อยู่บริเวณกึ่งกลางเวที อินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ทำได้โดดเด่นมาก แยกแยะตัวเสียงหลักๆ ให้ลอยเด่นอยู่กลางเวที (ไม่ติดผนังหลังลำโพงมากเกินไป ในขณะที่ไม่ล้ำหน้าแนวระนาบที่วางลำโพง) ความเป็นตัวตนเน้นความเป็นสามมิติที่ฟังได้ง่ายๆ ไม่ต้องเพ่ง
เช่นที่เกริ่นนำไว้ข้างต้น, เมื่อฟังแทร็คที่ห้า [ Snow Rose / Axis 04.01] หางเสียงริมฝีปาก(อักขระตัวซอ, ฟอ, แซท) ของนักร้องสาวชาวเอเชียรายนี้ ปรากฏให้ได้ยินโดยไม่ตั้งใจ หางเสียงเหล่านั้นมีหนักเบา, ย้ำเน้นเป็นช่วงๆ และให้รายละเอียดระดับมากน้อยแตกต่างกันออกไป ซึ่งปกติกับแอมป์อื่นๆไม่ค่อยเป็นจุดเด่นนัก ฟังเหมือนเสียงริมฝีปากเสียงนาสิกที่เหมือนๆกันไปทั้งหมด
นี่คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เครื่องบางรุ่นในเรทราคานี้ให้ไม่ได้ ยิ่งผนวกด้วยความต่อเนื่องลื่นไหลของเสียงกลาง ทำให้บทเพลงขับร้องที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัวสูงมากๆ อย่างนี้ น่าฟังมากขึ้นไปอีก
ไม่ต้องตั้งใจฟังเพื่อจับผิดอะไรทั้งนั้น ขอเพียงฟังให้เพลิน สิ่งที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นนั้นก็จะเป็นสิ่งที่รับรู้ได้อย่างปกติ ยิ่งเมื่อได้ฟังแอมป์อื่นๆ ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน(กับเพลงนี้) ก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่า นี่เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้อย่างมั่นคง และเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของการฟังเพลงที่ได้คุณภาพทั้งน้ำเสียงและรายละเอียด
ความต่อเนื่องลื่นไหลทั้งกระบวนก็ยังเด่นและเป็นบุคลิกหลักของอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ ทำให้การฟังเพลงไม่ว่าแนวไหน ทั้งจังหวะและท่วงทำนองจะมีความสอดคล้องไปกับแนวเพลงนั้นๆ ได้ อย่างถึงแก่น
ที่จริงพลังของเสียงทุ้มเป็นเสียงแรกๆ ที่ทำให้ผมสนใจเมื่อได้สัมผัสอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ ตอนที่อัดกับลำโพง Spendor S3/5se นั่นแหละ ได้เนื้อได้หนังอย่างสะใจทีเดียว ถ่ายทอดเสียงทุ้มออกมาได้หนักแน่นและยิ่งใหญ่เกินตัว ทำให้เห็นสมรรถนะของลำโพงไปในคราวเดียวกัน ทั้งอิ่มแน่นและหนักหน่วงลงได้อย่างสุดขั้วเท่าที่ลำโพงจะพึงให้ได้
เสียงกลองในแทร็คที่เจ็ด [ Rain Forest Drean / SAYDISC CD-SDL 384 ] ไม่เพียงให้น้ำหนักการทิ้งตัวที่หนักหน่วงเท่านั้น แต่มีรายละเอียดสอดแทรกเอาไว้อย่างน่าฟัง เสียงหนังกลองที่ฟังได้ชัดว่าเป็นการตีลงบนหนังแห้งที่กางจนตึงนั้น มันไม่ใช่เสียงที่ฟังคล้ายตีบนกระดาษแข็งๆ หรือตีลงบนผืนผ้าใบ เรียกว่าแทบจะเห็นภาพพจน์ของกลองใบใหญ่กันเลยทีเดียว
กับการหวดกลองที่หนักแน่นและกระแทกกระทั้นเด็ดขาด, เก็บตัวได้อย่างฉับพลันทันทีทันใดเสมือนสั่งงานด้วยคอมพิวเตอร์ [ Ex-Spiral / GML CD604 ] ในแทร็คที่สามของอัลบั้มนี้ ทำให้แน่ใจถึงพละกำลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวถังที่แลดูบึกบึน ย่อมมีเกินพอสมหรับการใช้งานในเชิงนี้
หรือหันมาฟังแนวฟิวชั่นซึ่งเน้นเสียงต่ำๆ จากซินธิไซเซอร์ [ Warning : Billy Cobham / GRP 9528 ] ในแทร็คที่แปดนอกจากได้เสียงทุ้มที่อิ่มแน่น, ตึง, หนักหน่วงแล้ว การแผ่เสียงโอบล้อมมาด้านหน้าไปจรดผนังห้องด้านหลังที่นั่งฟัง ซึ่งเป็นอุปเท่ห์ของแนวดนตรีประเภทนี้ ก็ทำได้ดีมาก รับรู้ได้ถึงการแผ่คลุมของเสียง กระจายจากลำโพงแผ่เข้าหาตำแหน่งที่นั่งฟังแล้วบานออกไปจนจางหายไป เต็มห้องเลยทีเดียว
อย่างนี้ก็เข้าทาง, เมื่อพลิกคู่มือของอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ออกมาดูรายละเอียดซ้ำอีกที ก็พบว่า นอกจากปรีเอาท์หนึ่งชุดธรรมดาแล้ว อินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ยังให้ปรีเอาท์อีกชุด เอาไว้ต่อกับซับวูฟเฟอร์ในกรณีที่นำไปเล่นเป็นระบบ 2.1 (หลายท่านดูหนังด้วยระบบนี้) โดยมีจุดตัดความถี่ให้เลือกหลายระดับเพื่อตัดและนำความถี่ต่ำเท่านั้นไปออกที่ซับวูฟเฟอร์
เข้าทางอย่างไร?
ลงว่าอินทิเกรตแอมป์ที่เล่นเพลงแนวไฟฟ้าอิเลคทริค ไม่จัดจ้าน แถมแผ่กระจายเส้นเสียงได้อย่างโอ่อ่าอย่างนี้ หากดูหนัง(ในระบบ 2.1) ย่อมได้อรรถรสจากเสียงและหนังไม่น้อยทีเดียว (แน่นอนว่าซิสเต็มนี้ต้องฟังเพลงสองแชนแนลเป็นหลักอยู่แล้ว)
ไม่เพียงแค่คิด, ผมมีอัลบั้มอยู่ชุดหนึ่งที่จะพิสูจน์มิติสูงต่ำได้ดีโดยเฉพาะเลือกไปแทร็คที่ห้า [ Hart : Airro : Purim / RYKODISE RCD 10108 ] ซึ่งเป็นเสียงเทเปลือกหอยในกระบอกไม้ไผ่ โดยการยกกระบอกไม้ไผ่ขึ้นสูงๆ แล้วเทเอียงลาดลงมาหาตำแหน่งที่นั่งฟัง ตอนที่ยกสูงนั้นเสียงแรกๆที่ดังขึ้น มันอยู่ระดับเพดานห้องมุมซ้ายอย่างชัดเจน (รีพีซจุดนี้ฟังซ้ำๆ หลายต่อหลายรอบ!) ผลที่ได้
ยอดเยี่ยมครับ!
เมื่อพูดถึงมิติเวทีเสียงกันแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องพูดถึงสำหรับอินทิเกรตแอมป์ NAD M3 เครื่องนี้ นั่นคือมิติด้านลึก
ต้องเรียนว่าทำได้ดีมากๆ ไม่ได้แพ้มิติสูงต่ำแต่อย่างใด ลองฟังแทร็คที่ห้า [ Art For The Ear / BURMESTER CDII ] เสียงคอรัสเป็นแบ็คกราวด์ในช่วงอินโทรนั้น วางตำแหน่งดังอยู่ไกลมาก ให้ความชัดลึกเลยแผงดิฟฟิวเซอร์ที่วางหลังลำโพงออกไปไกลทีเดียว แม้ลึกหรือถอยลงไปไกลก็จริง แต่ยังคงมีความชัดคมเป็นรูปเป็นร่าง ฟังได้ถนัดหู นับเป็นการฉายภาพด้านลึกที่น่าทึ่งทีเดียว
โดยรูปวงทั้งหมดแล้ว NAD M3 นับเป็นอินทิเกรตแอมป์ที่ถ่ายทอดความเป็นวงที่มีความเป็นสามมิติค่อยข้างโดดเด่น ทั้งมิติด้านกว้างและด้านลึก กว้างก็สามารถแผ่โอบออกมาได้อย่างมโหฬาร เรียงตำแหน่งชิ้นดนตรีให้มีความชัดลึกได้อย่างมีระบบและมีเสน่ห์ แยกแยะช่องว่างช่องไฟแบบฟังได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องไปเพ่งเพื่อพิจารณา
อาจมีบ้างที่บริเวณกึ่งกลางเวทีฯจะแออัดเหมือนเป็นการกระจุกหรือเบียดตัวกันมากเกินไป เมื่อเจอสัญญาณดนตรีที่สลับซับซ้อนและระดับโวลุ่มที่สูงมากๆ (-20 ขึ้นไป) ย้ำว่าต้องฟังกันดังมากๆเท่านั้น นั่นก็ต้องเป็นเรื่องปกติเพราะการฟังที่ใช้ความดังมากๆ ซึ่งน้อยคนนักที่จะฟังด้วยความดังขนาดนั้นอยู่ได้นานหรือตลอดเวลา แม้แต่การทดสอบเองก็ยังไม่อาจเร่งได้มากและนานไปกว่านั้น จึงไม่อาจหยิบยกประเด็นนี้มาหักล้างส่วนที่โดดเด่นกว่าได้เลย
เรียกว่าเทียบกันไม่ได้เลยระหว่างข้อดีข้อด้อย ซึ่งในภาพรวมแล้วคะแนนของข้อแรกจะนำหน้ามาตลอดด้วยอัตราตัวเลขที่น่าชื่นชม
กลับไปที่อัลบั้มเดิมอีกครั้ง [ 15th Anniversary Sampler / OPUS 3 CD9277 ] เริ่มที่แทร็คแรกกันเลย, ตำแหน่งเสียงกลองชุดถูกวางลึกลงไปด้านหลังอย่างชัดเจน ลึกเข้าไปในแผงดิฟฟิวเซอร์ แน่นอน, ลักษณะนี้แอมป์อื่นๆ ที่เคยผ่านห้องนี้ก็ทำได้
แต่ถอยลึกลงไปแล้วมีอาณาบริเวณเป็นของตัวเอง มีความชัดคมเป็นชิ้นเป็นอันเป็นสามมิติเหมือนเสียงที่อยู่แถวๆ หน้า พบได้ไม่บ่อยเลย
โดยภาพรวมแล้ว มิติเวทีเสียงโอ่อ่ายิ่งใหญ่สมกับที่คาดหวังเอาไว้ตั้งแต่ต้น หลายอัลบั้มสามารถแผ่เสียงล้นขอบลำโพงออกไปทางข้าง หรือแม้แต่โอบล้อมเข้าหาจุดนั่งฟังได้อย่างน่าติดตาม ทุกเส้นเสียงและทุกอริยาบถ เต็มไปด้วยความแม่นยำ, นิ่ง, หนักแน่น แยกแยะช่องว่างช่องไฟแถวกลางๆ ลงไปทางด้านลึกได้ดีเป็นพิเศษ
และทั้งหมดนั้น เมื่อมาปิดท้ายรายการลองเล่นลองฟังด้วยการต่อสัญญาณผ่านช่องอินพุท "บาลานซ์ " (XLR) ซึ่งอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้มีไว้ให้หนึ่งช่องทาง แทบจะยกคะแนนเป็นกำลังสองจากทั้งหมดที่รายงานไว้ได้เลย แนะนำอย่างยิ่งสำหรับขั้วต่อบาลานซ์ในอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ !
บทสรุป
นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของ NAD ที่ยกระดับตัวเองไปสู่ความเป็นเลิศในแวดวงไฮเอ็นด์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
โดยเฉพาะแนวทางที่เน้นความสะดวกสบายในการใช้งานอย่างหลากหลาย ขณะที่น้ำเสียงและรายละเอียดให้ค่อนไปทางอะนาลอก มีความเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติไม่ใช่แค่เพียงหลักการเท่านั้น ซึ่ง NAD M3 ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วและพร้อมที่จะพิสูจน์ในทุกเมื่อ
อย่างยิ่งแล้วสำหรับนักฟังที่เล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียงในซิสเต็ม และกำลังเล็งหาอินทิเกรตแอมป์ราคาประมาณนี้ แนะนำได้อย่างน่าภาคภูมิใจกับน้ำเสียงอะนาลอกที่ถ่ายทอดผ่านอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ ซึ่งมีคุณภาพที่น่าประทับใจทีเดียว (กว่าครึ่งค่อนของเวลาทั้งหมดที่ผมลองฟังอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ หมดไปกับการเล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียง เรียกว่าพลิกแผ่นแล้วแผ่นเล่า เพลินจนลืมเครื่องไปเลย)
ความเป็นกลางในด้านน้ำเสียงก็น่าสนใจ หากจัดซิสเต็มโดยวางอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้เอาไว้เป็นจุดกลาง เลือกเครื่องเล่นแผ่นเสียงหรือเครื่องเล่นซีดีที่มีคุณภาพโดยเน้นไปที่รสนิยมการฟังของตนเองให้ชัดเจนแล้ว ได้ลำโพงที่เหมาะสมสักคู่ ถือเป็นความสุขที่หาไม่ได้ง่ายๆ สำหรับวันนี้
อินทิเกรตแอมป์ NAD M3 ครบเครื่องทั้งประสิทธิภาพด้านพละกำลัง(ไม่เลือกลำโพง)และคุณภาพระดับไฮเอ็นด์ เสียงแหลมเปิดโปร่งและมีน้ำหนัก มีความนุ่มนวลน่าฟังโดยไม่ทึบเข้มหรือเจิดจ้าเกินไป ทำนองเดียวกับเสียงกลางที่ไร้การแต่งแต้ม เป็นไปตามต้นฉบับที่เล่นผ่าน ด้านทุ้มถือเป็นเสน่ห์ของอินทิเกรตแอมป์เครื่องนี้ก็ว่าได้ ทั้งปริมาณและคุณภาพ เหลือเฟือ
แนะนำให้ไปลองฟังโดยถือแผ่นเพลงที่มีความหลากหลายติดมือไปด้วย(ทั้งป๊อป, แจ็ซ, คลาสสิค) และขอย้ำว่า ในการลองฟังให้มีการเปลี่ยนลำโพง(มากกว่า 1 คู่)หรือเครื่องเล่นซีดี(มากกว่า 1 รุ่นหรือ 1 ยี่ห้อขึ้นไป )
นั่นละครับ ความเป็นมอนิเตอร์ของอินทิเกรตแอมป์ระดับไฮเอ็นด์เครื่องนี้ ก็จะเปิดเผยออกมาให้ได้ชื่นชมกัน ชนิดที่เรียกว่าสมค่าสมราคากันเลยทีเดียว
(อ่าน 468 | ตอบ 8 ) (13/01/2564 21:20:54)
ความคิดเห็นที่ 1
Nad M3 ติดสเตอริโอไฟลล์ คลาสเอ ระดับอ้างอิงสำหรับอินทิเกรทไม่จำกัดงบหลายปีซ้อน
ฝากจำหน่าย 70,000 บาท
สนใจติดต่อ 0917499944
0925493987
Line ; bhumechan
(13/01/2564 21:21:20)
ความคิดเห็นที่ 2
Nad M3 ติดสเตอริโอไฟลล์ คลาสเอ ระดับอ้างอิงสำหรับอินทิเกรทไม่จำกัดงบหลายปีซ้อน
ฝากจำหน่าย 70,000 บาท
สนใจติดต่อ 0917499944
0925493987
Line ; bhumechan
(13/01/2564 21:21:35)
ความคิดเห็นที่ 3
Nad M3 ติดสเตอริโอไฟลล์ คลาสเอ ระดับอ้างอิงสำหรับอินทิเกรทไม่จำกัดงบหลายปีซ้อน
ฝากจำหน่าย 70,000 บาท
สนใจติดต่อ 0917499944
0925493987
Line ; bhumechan
(13/01/2564 21:21:49)
ความคิดเห็นที่ 4
Nad M3 ติดสเตอริโอไฟลล์ คลาสเอ ระดับอ้างอิงสำหรับอินทิเกรทไม่จำกัดงบหลายปีซ้อน
ฝากจำหน่าย 70,000 บาท
สนใจติดต่อ 0917499944
0925493987
Line ; bhumechan
(13/01/2564 21:22:04)
ความคิดเห็นที่ 5
Nad M3 ติดสเตอริโอไฟลล์ คลาสเอ ระดับอ้างอิงสำหรับอินทิเกรทไม่จำกัดงบหลายปีซ้อน
ฝากจำหน่าย 70,000 บาท
สนใจติดต่อ 0917499944
0925493987
Line ; bhumechan
(13/01/2564 21:22:23)
ความคิดเห็นที่ 6
Nad M3 ติดสเตอริโอไฟลล์ คลาสเอ ระดับอ้างอิงสำหรับอินทิเกรทไม่จำกัดงบหลายปีซ้อน
ฝากจำหน่าย 70,000 บาท
สนใจติดต่อ 0917499944
0925493987
Line ; bhumechan
(13/01/2564 21:22:36)
ความคิดเห็นที่ 7
Nad M3 ติดสเตอริโอไฟลล์ คลาสเอ ระดับอ้างอิงสำหรับอินทิเกรทไม่จำกัดงบหลายปีซ้อน
ฝากจำหน่าย 70,000 บาท
สนใจติดต่อ 0917499944
0925493987
Line ; bhumechan
(13/01/2564 21:22:59)
ความคิดเห็นที่ 8
Nad M3 ติดสเตอริโอไฟลล์ คลาสเอ ระดับอ้างอิงสำหรับอินทิเกรทไม่จำกัดงบหลายปีซ้อน
ฝากจำหน่าย 70,000 บาท
สนใจติดต่อ 0917499944
0925493987
Line ; bhumechan
(13/01/2564 21:23:18)